Partners in Learning
 
 Classroom of the Future ห้องเรียนยุคศตวรรษที่ 21

สุพจน์ศรีนุตพงษ์ : ผู้จัดการฝ่ายการศึกษา บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด

     ภาพแห่งการใช้เทคโนโลยีและอินเทอร์เน็ตที่ไม่อาจเลือนไปในวิวัฒนาการแห่งการศึกษาซึ่งจากประวัติศาสตร์ที่ผ่าน มานั้นการศึกษาได้เป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างต่อเนื่องแต่อย่างไรก็ตามในช่วงการขยายตัวของยุค ของการสื่อสารข้อมูล (Information Age) อย่างในปัจจุบันนั้นการเรียนรู้ก็ยิ่งมีความสำคัญมากขึ้นกว่าแต่ก่อน

     ย้อนหลังไปตั้งแต่ยุคกรีกโบราณมาจนถึงยุคดิจิตอลในศตวรรษที่ 21 นี้เป้าหมายอย่างหนึ่งที่สำคัญที่สุดของมนุษยชาติ ก็คือการถ่ายทอดความรู้และการสร้างสังคมให้ดีขึ้นซึ่งเราก็ได้เห็นอย่างชัดเจนแล้วว่าภาคการศึกษากำลังปรับเปลี่ยน กระบวนการพื้นฐานที่สำคัญในประวัติศาสตร์จากการที่โรงเรียนต่างๆกำลังก้าวสู่ยุคดิจิตอลและการเข้ามาของระบบ อีเลิร์นนิ่งในห้องเรียนตลอดจนการทำงานและสนทนาเป็นกลุ่มแบบออนไลน์ (online discussion group)

 

     การใช้อีเลิร์นนิ่ง เครื่องคอมพิวเตอร์แบบพกพา ระบบเครือข่ายไร้สายและเว็บทำให้เด็กนักเรียนตั้งแต่ระดับประถมไป จนถึงผู้ใหญ่ได้รับความรู้และทักษะในการเป็นส่วนหนึ่งในยุคดิจิตอลซึ่งเป็นจุดพลิกผันจากการที่เรายึดติดกับตำรา เรียนเล่มเก่าซึ่งบางครั้งบางคราวเป็นเล่มเดียวกันกับเมื่อสมัยพ่อแม่ของเราโดยที่ผ่านมานั้นสิ่งเหล่านี้ดูจะเป็นเรื่องปกติแต่มาถึงยุคปัจจุบันนี้ดูเหมือนจะไม่สามารถตามทันความต้องการข้อมูลข่าวสารในยุคโลกาภิวัฒน์นี้เสียแล้ว

 

และเทคโนโลยียุคใหม่เหล่านี้ได้กลายเป็นเครื่องมือชิ้นสำคัญที่จะเปลี่ยนรูปแบบการเรียนรู้ขององค์กรธุรกิจ โรงเรียน มหาวิทยาลัยที่ต่างก็ได้หันมาใช้อินเทอร์เน็ตและโซลูชันแบบออนไลน์เพื่อปรับปรุงวิธีการเรียนและลดค่าใช้จ่ายตลอดจนการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

 

อีเลิร์นนิ่งกับพัฒนาการแห่งการเรียนรู้
     ในวิวัฒนาการด้านการศึกษานั้นอินเทอร์เน็ตได้กลายเป็นเครื่องมือที่สำคัญและมีประสิทธิภาพมากที่สุดทุกวันนี้เด็กๆ นักเรียนตั้งแต่ชั้นอนุบาลได้เริ่มใช้อินเทอร์เน็ตเป็นประจำทุกวันและบางคนอาจจะใช้คอมพิวเตอร์หรือ PDA ในการ ทำการบ้านส่งอาจารย์ด้วยก็เป็นได้ส่วนทางด้านมหาวิทยาลัยต่างๆนั้นได้มีการเพิ่มจำนวนเนื้อหาวิชาเรียนออนไลน์บน เว็บไซต์และองค์กรเอกชนหลายแห่งก็ได้นำอีเลิร์นนิ่งมาใช้ในการพัฒนาทรัพยากรบุคคลโดยที่หลายต่อหลายกรณีพบว่าการเรียนออนไลน์แบบอินเตอร์แอคทีฟและเว็บไซท์บนอินเทอร์เน็ตช่วยให้นักเรียนนักศึกษาและบุคคลทุกเพศทุก วัยได้เรียนรู้และเชี่ยวชาญในเรื่องใดเรื่องหนึ่งอย่างลึกซึ้งและก้าวต่อไปในการศึกษาเรื่องอื่นๆและเป็นอย่างนี้ต่อไป อย่างไม่มีสิ้นสุด

     ในขณะเดียวกันที่แนวคิดการใช้อีเลิร์นนิ่งไม่เป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายนั้นเทคโนโลยีด้านบรอดแบนด์ความเร็วสูงก็ ได้ก้าวเข้ามาแทนที่การเชื่อมต่อผ่านไดอัลอัพโมเด็มแบบเดิมซึ่งได้ส่งผลกระทบถึงวิธีการเรียนรู้จากการเรียนรู้แบบ ทางเดียว (asynchronous learning) โดยการดาว์นโหลดเอกสารมาอ่านหรือการรับ-ส่งอีเมล์ได้กลายมาเป็นการทำงาน ร่วมกันแบบออนไลน์ (real-time collaboration) และนอกจากนี้ผู้เรียนยังสามารถดูวีดีโอการศึกษาผ่านระบบวีดีโอ สตีมมิ่งตลอดจนการสื่อสารผ่านห้องสนทนาออนไลน์โดยใช้ระบบการประชุมทางไกลและระบบโทรศัพท์ไอพีอีกทั้ง ยังสามารถที่จะเรียกดูเอกสารมัลติมีเดียและใช้ระบบการถ่ายทอดเสียงและภาพผ่านทางเว็บ (webcast) ซึ่งสามารถฟัง เสียงดูภาพและสนทนา (Chat) ได้พร้อมๆกันอีกด้วย

     การเชื่อมต่อแบบไร้สายนับเป็นอีกเทคโนโลยีหนึ่งที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงการติดต่อสื่อสารของนักเรียนและโรงเรียนโดยที่หลายมหาวิทยาลัยทั่วโลกได้นำเอาระบบแลนไร้สายมาติดตั้งในมหาวิทยาลัยเพื่อให้นักเรียนนักศึกษาสามารถเข้าถึง เอกสารและสื่อการสอนตลอดจนข้อมูลข่าวสารอื่นๆจากทุกแห่งภายในวิทยาเขตซึ่งข้อดีก็คือทางโรงเรียนหรือทาง มหาวิทยาลัยไม่จำเป็นต้องวางระบบสายเคเบิลใหม่และนักเรียนนักศึกษาก็สามารถเข้าถึงความรู้ต่างๆได้เพียงการใช้ นิ้วสัมผัสผ่านเมาส์คลิกเท่านั้น

     ล่าสุดทางสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นได้รายงานว่าโรงเรียนหลายแห่งในประเทศสหรัฐอเมริกากำลังหันมาส่งเสริมการใช้งาน เทคโนโลยีเชื่อมต่อเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบไร้สายหรือที่เรียกกันในแวดวงไอทีว่าเทคโนโลยีไร้สายแบบ Wi-Fi เพื่อ เป็นการเพิ่มระดับการเรียนรู้ของนักเรียนโดยที่โรงเรียนของรัฐจำนวนมากในประเทศสหรัฐอเมริกาได้รับการติดตั้ง เครื่องคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะและมีห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์สำหรับเสริมการเรียนการสอนอย่างไรก็ตามการใช้ งานของเทคโนโลยี Wi-Fi กำลังกลายเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้นักเรียนระดับประถมและมัธยมสามารถเชื่อมต่อกับ อินเทอร์เน็ตได้อย่างง่ายดายในทุกเวลาและทุกสถานที่ภายในโรงเรียนโดยแนวโน้มนี้ได้เริ่มต้นจากมหาวิทยาลัยหลายแห่งในสหรัฐและขณะนี้ได้ขยายลงไปสู่สถาบันการศึกษาระดับที่ต่ำลงไป

 

                                                                

ยกระดับการเรียนรู้และบริการให้สูงขึ้น
     ทุกวันนี้มหาวิทยาลัยชั้นนำทั้งในยุโรปและสหรัฐอเมริการวมทั้งในประเทศไทยเราได้มีการติดตั้งระบบเครือข่ายไร้ สายซึ่งนับเป็นส่วนขยายและเสริมการใช้งานด้านอีเลิร์นนิ่งและบริการผ่านทางเว็บที่ได้ถูกพัฒนามาก่อนหน้านี้แล้ว ซึ่งสามารถใช้ประโยชน์ได้ตั้งแต่การลงทะเบียนเรียนของนักศึกษาไปจนถึงการขายบัตรเข้าชมงานโรงเรียน

     อีกแนวคิดหนึ่งที่จะถูกประยุกต์ใช้สำหรับสถาบันการศึกษาก็คือระบบการจัดการลูกค้าสัมพันธ์ (CRM - customer relation management) ทั้งนี้จากภาวะการแข่งขันในปัจจุบันมหาวิทยาลัยต่างชาติไม่ว่าจะเป็นอเมริกา ยุโรป หรือ ออสเตรเลีย ต่างก็พากันเข้ามารับสมัครนักศึกษาต่างชาติให้เข้าไปเรียนต่อในระดับปริญญาโทและเอกหรือแม้กระทั่ง ระดับมัธยมและปริญญาตรีด้วย หรือถ้าจะยกตัวอย่างที่ใกล้ตัวขึ้นมาหน่อยสำหรับในประเทศไทยเราเองที่มีการออก โฆษณาของมหาวิทยาลัยเอกชนหลายแห่งทางโทรทัศน์ซึ่งเท่าที่ได้เห็นมาก็มีไม่ต่ำกว่า 5 สถาบันซึ่งในอดีตจะมีแต่ เพียงโฆษณาเปิดรับสมัครนักศึกษาทางหน้าหนังสือพิมพ์และนิตยสารเท่านั้นท่านผู้อ่านเคยคิดแปลกใจบ้างหรือไม่ว่าทำไมต้องมีการโฆษณาสถาบันการศึกษาผ่านทางสื่อโทรทัศน์ซึ่งเป็นสื่อที่ต้องใช้ค่าใช้จ่ายสูงมากทั้งค่าถ่ายทำเทป โฆษณาและค่าออกอากาศ